บทที่ 6 รีบมีลูก
ตอนที่ 6 รีบมีลูก
“ขอแสดงความยินดีกับคุณมาร์คัสและคุณศิตลาด้วยนะครับ นับจากวินาทีนี้ไปคุณทั้งสองได้ชื่อว่าเป็นสามีภรรยาถูกต้องตามกฎหมายแล้วครับ” นายทะเบียนประจำเขต ลุกจากเก้าอี้ขึ้นโค้งต่ำ จนหน้าผากแทบติดหัวเข่ายื่นแฟ้มบุนวมสีทอง ด้านในนั้นเป็นทะเบียนสมรส ส่งคืนให้คู่บ่าวสาว
“เอาละครับ ต่อไปเชิญเจ้าบ่าว เจ้าสาวลงไปทักทายแขกผู้มีเกียรติด้านล่างได้” พิธีกรโค้งต่ำไม่แพ้นายทะเบียน ผายมือเชื้อเชิญมาเฟียโหดให้เดินลงจากเวที
“ไม่จำเป็น!”
ตาดุตวัดเหมือนมีดคมฟันฉับบากเข้ากลางใบหน้าพิธีกรมืออาชีพ คนใจร้อนคว้าไมค์มาจากพิธีกรดัง ยกมันขึ้นมาวินาทีถัดมาทั่วทั้งห้องจัดเลี้ยงกว้างเงียบกริบราวกับไร้สิ่งมีชีวิตในที่นี้
“หุบปากของพวกนาย แล้วตั้งใจฟังฉันให้ดี นับจากวันนี้ไปผู้ชายคนนี้ ศิตลาคือคนของฉัน และอีกไม่นานเขาจะเป็นคนให้กำเนิด...มาร์คัส จูเนียร์ ทายาทรุุ่นถัดไปของตระกูลอัลบลูวาร์เดน”
ศิตลากวาดสายตามองลงไปยังเบื้องล่าง ไม่มีเลย...เขาไม่เห็นแววตาชื่นชมยินดีจากใครในที่นี้เลยแม้แต่คนเดียว กับการประกาศกร้าวว่านายมาร์คัสกำลังจะมีทายาทสืบสายเลือด ท่ามกลางผู้คนมากมาย เขาเห็นเพียงความวิตกกังวล รอยยิ้มแสยะแยกเขี้ยว เหมือนพวกตัวร้ายในละครหลังข่าว แม้แต่พ่อของเขาและคุณหญิงเพียงนภาก็ไม่ได้แสดงอาการว่ายินดี
“เอาละจบพิธีการน่าเบื่อพวกนี้ได้สักที ต่อไปถึงคราวเธอทำหน้าที่แล้ว...”
"ผมเหรอ..."
"ฉันต้องใช้มดลูกของเธอคืนนี้"
มาเฟียรัสเซียไม่สนใจขั้นตอนพิธีการส่งตัวอันน่ารำคาญ เพราะหลังจากเดินลงจากเวที ศิตลาหมดโอกาสได้เดินกลับไปพบปะแขกเหรื่อ หรือแม้แต่เครือญาติจอมปลอม เพื่อรอรับคำอวยพรอันไร้ความจริงใจ เพราะถูกสามีหมาด ๆ ลากแขนขึ้นลิฟต์มุ่งหน้าสู่ห้องหอที่ถูกเตรียมเอาไว้บนชั้นสูงสุดของโรงแรมแห่งนี้
“เอ่อ นี่คุณมาร์คัสใจคอคุณจะไม่ให้ผมร่ำลาพ่อแม่เลยหรือไง” ศิตลาเหลียวซ้ายแลขวา รู้สึกหวาดระแวงบอดี้การ์ด ที่เดินตามอัดเข้ามาจนเต็มลิฟต์แก้ว ทำอย่างกับกลัวว่านายมาเฟียหนวดสีทองแดงคนนี้ จะมีใครโผล่มาลอบฆ่าตลอดเวลาอย่างนั้นแหละ
“ไม่จำเป็น”
“แต่ธรรมเนียมคนไทย ลูกหลานแต่งงาน ก่อนเข้าเรือนหอ เราต้องได้ฟังพรจากพ่อแม่ ขอให้ชีวิตคู่ของเรามีแต่ความสุขนะ” เอียงหน้าแหงนเงยขึ้นไปบอกประเพณีอันดีงาม แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าคงไม่มีใครเต็มใจอวยพรตนนัก
“เฮอะ ไหนเธอบอกว่าคำพูดปลิ้นปล้อนของพวกเขาเชื่อถือไม่ได้ไง แล้วทำไมคืนนี้ถึงเกิดอยากได้พรจากคนพันธุ์นั้น”
“ก็แค่อยากทำตามประเพณี”
“เปล่าประโยชน์สิ้นดี”
“แล้ว...คุณไม่มีญาติมาร่วมงานแต่งเลยเหรอ”
ตั้งแต่เข้ามาในงาน ศิตลาไม่มีโอกาสพูดคุยกับใครแม้แต่คนเดียว หากไม่นับไบรอัน สมิธ ที่ตอนนี้ยืนประกบเยื้องไปทางด้านหลังฝั่งขวามือของมาร์คัส หน้าขรึมตึงเครียดเหยียดตัวตรงทำเหมือนเป็นหุ่นยนต์ปลอมตัวมา
“ไม่มี ฉันนับญาติกับใครทั้งนั้น”
“ห๊ะ ไม่นับญาติ?”
“หยุดถามเซ้าซี้ได้แล้ว เก็บแรงขยับปากของเธอเอาไว้นอนถ่างขาให้ฉันคืนนี้ดีกว่า”
คำพูดตรงไปตรงมาดังกังวานอยู่ภายในลิฟต์แก้วพื้นที่เพียงไม่กี่ตารางเมตร ทำเอาศิตลาถึงกับหายใจสะดุด เพราะในนี้มันไม่ได้มีแค่คน 2-3 คนเสียเมื่อไหร่
ทันทีเมื่อประตูลิฟต์ถูกเปิดออก ศิตลาถึงกับผงะ ก้าวขาไปยืนชิดติดกับเจ้าบ่าว เพราะด้านนอกตลอดแนวทางเดินโถงกลาง มีบอดี้การ์ดสวมสูทสีดำ ยืนถือปืนอย่างกับทหารยาม เรียงกันจนเต็มตลอดแนว
“เอ่อ คุณมาร์คัส พวกเขา...มาทำอะไรกันเยอะขนาดนี้”
“ไม่ต้องสนใจพวกมัน ก็แค่มาคุ้มกันช่วงเวลาสำคัญของฉันเท่านั้น”
"ผัวเมียจะเอากัน ต้องคุ้มกันขนาดนี้เชียวเหรอ"
ห้องพักระดับไฮเอ็นเอ็กซ์คลูซีฟ สนนราคาสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไปคืนละครึ่งล้าน ถูกเนรมิตให้กลายเป็นห้องหอสำหรับคู่บ่าวสาว
แกร๊ก เสียงประตูห้องปิดลง ดึงความสนใจของศิตลาให้หันกลับมา เมื่อนั้นเองเขาจึงเริ่มสัมผัสได้ถึงไอเย็นประหลาดที่มันค่อยๆ คืบคลานลามเลียกระดูกสันหลัง ขึ้นมาจนถึงท้ายทอย เมื่อหันมาสบตาเข้ากับสามีฝรั่งร่างสูงใหญ่
“เอ่อ...”
“อย่ามัวเสียเวลา เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า” มาเฟียใจร้อนพุ่งเข้ามาปล้ำจูบภรรยาในชุดสูทสีครีมหรูหรา
“ดะ เดี๋ยวสิ เริ่มอะไร คุณจะเอาตอนนี้เลยหรือไง”
“แล้วฉันต้องรออะไรอีก”
“แต่ว่าเราควรจะ...พูดคุย”
“ฉันไม่ชอบพูดมาก”
“แต่...”
“หุบปาก แล้วทำหน้าที่ของเธอคืนนี้ซะ รีบมีลูกให้ฉัน”
